ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป
ร่วมลงนามถวายพระพรยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 71 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
คลังเก็บรูปภาพ
สมเด็จพระเทพฯ
อกท.ชาติ ครั้งที่ 37
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อกท.หน่วยขอนแก่น
อกท.ชัยภูมิ
อกท.นครราชสีมา
อกท.บุรีรัมย์
อกท.โนนดินแดง
อกท.ศรีสะเกษ
อกท.อุบลราชธานี
อกท.ยโสธร
อกท.ร้อยเอ็ด
อกท.มหาสารคาม
อกท.อุดรธานี
อกท.มุกดาหาร
ภาคเหนือ
อกท.นครสวรรค์
อกท.พิจิตร
อกท.เพชรบูรณ์
อกท.แพร่
อกท.เชียงใหม่
อกท.เชียงราย
อกท.พะเยา
อกท.ตาก
อกท.ลำพูน
อกท.สุโขทัย
อกท.กำแพงเพชร
อกท.อุทัยธานี




  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
สิทธิสำหรับในการพักรวมทั้งพัก  VIEW : 71    
โดย silver

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 5
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 100%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 183.88.85.xxx

 
เมื่อ : พฤหัสบดี ที่ 26 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2563 เวลา 14:32:38    ปักหมุดและแบ่งปัน

สิทธิสำหรับในการพักรวมทั้งพัก
ใน 19 ถ้อยคำที่ชัดมาตรา 24 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนพรีเซ็นท์อีกด้านหนึ่งของสิทธิสำหรับการดำเนินการที่เจาะจงเอาไว้ภายในมาตรา 23 - สิทธิที่จะไม่ทำงานมากเกินความจำเป็น มันเป็นการแสดงสิทธิสำหรับในการ จำกัด ชั่วโมงการทำงานและก็วันหยุดที่จำต้องจ่าย แต่ว่าจากที่Pérez Cisneros ของประเทศคิวบากล่าวเอาไว้ภายในช่วงปลายทศวรรษที่ 1940 ไม่สมควรแปลความหมายว่าเป็น "สิทธิที่จะคร้าน"
 
ข้อ 24 ทุกคนมีสิทธิสำหรับในการพักและก็การพักผ่อนหย่อนใจรวมถึงการ จำกัด ชั่วโมงการทำงานและก็วันหยุดตามที่กำหนดตามควรโดยได้รับค่าแรงงานหนังhd
 
ถึงแม้ว่าจะในศตวรรษที่ 19 มีการเห็นด้วยว่าการดำเนินงานในชั่วโมงมากจนเกินไปเป็นอันตรายต่อร่างกายของคนงานและก็ครอบครัวของพวกเขา ข้อ จำกัด เรื่องชั่วโมงการทำงานรวมทั้งสิทธิสำหรับการพักมิได้เจาะจงไว้อย่างแจ่มแจ้งในอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนหลักใดๆก็ตามแต่ว่าได้รับการบรรจุไว้ภายในข้อสัญญาฉบับแรกที่ประยุกต์ใช้โดยไอแอลโอ (ILO) ในปี พุทธศักราช 2462 ซึ่งใช้วันแปดชั่วโมง รวมทั้ง 48 ชั่วโมงต่ออาทิตย์สู่อุตสาหกรรม
 
มาตรา 23 เป็นหนี้เป็นสินโดยมากของการมีส่วนร่วมของประเทศในละตินอเมริกาในกรรมวิธีร่างระหว่างปี 2489 ถึง 2491 ในตอนกึ่งกลางทศวรรษที่ 1940 แทบทุกประเทศในภูมิภาคนี้มีรัฐบาลที่เป็นระบบประชาธิปไตยแล้วก็รัฐธรรมนูญของพวกเขาอุดมไปด้วยสิทธิทางด้านสังคมรวมทั้งเศรษฐกิจรวมทั้งบทบัญญัติสำหรับ ช่วงหยุดงานรายปีแล้วก็การลาในต้นแบบอื่นๆ
 
รัฐธรรมนูญพวกนี้ได้รับการตรวจตราว่าเป็นแรงผลักดันสำหรับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) แล้วก็ได้เจอกับความเห็นชอบของกรุ๊ปลัทธิคอมมิวนิสต์ ช่วงเวลาที่ชาวยูโกสลาเวียบอกว่าวลาดิสลาฟยึดนิการ์บอกว่า
 
การเชื่อมต่อกับชั่วโมงการทำงานที่สมควรเวลาว่างรวมทั้งช่วงหยุดงานเป็นสิทธิของแต่ละคนในการพัฒนาตัวเองและก็การเรียนรู้ บทบัญญัตินี้ยอดเยี่ยมในหลายสถานที่ที่ UDHR มีเป้าหมายเพื่อมั่นใจว่ามีการปรับปรุงลักษณะท่าทางของมนุษย์อย่างมาก
 
การคุ้มครองป้องกันสุขภาพเกี่ยวกับร่างกายและก็หัวใจของคนงานไม่เพียงแค่ แม้กระนั้นมีความเห็นอกเห็นอกเห็นใจเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังช่วยทำให้มั่นอกมั่นใจได้ว่าจะสำเร็จผลิตสูง ในทางตรงกันข้ามการทำงานมากจนเกินไป - หลายชั่วโมงเกินความจำเป็นและก็เกินความสามารถบางทีอาจเสียชีวิตได้
 
"เมื่อบิดาดำเนินการเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเขาได้รับคำกล่าวยกย่องเชิดชูในความทุ่มเทรวมทั้งทะยานอยาก แม้กระนั้นเมื่อแม่อยู่ที่ที่ทำงานมืดค่ำบางคราวคุณก็ถูกกล่าวร้ายว่าเห็นแก่ตัวไม่มีความเอาใจใส่ลูกๆของคุณ"
- มิเชลโอบามา
 
ในประเทศประเทศญี่ปุ่นมีคำว่า "ความตายทำงานมากเหลือเกิน" - Karoshi (過労死) - เจาะจงเป็นครั้งแรกในปี 1969 ไม่เพียงแค่ แม้กระนั้นถูกจองจำในประเทศประเทศญี่ปุ่นKaroshiการตายส่วนมากชอบมีสาเหตุจากโรคหัวใจรวมทั้งจังหวะเนื่องด้วยความตึงเครียดแล้วก็ของกินความอนาถาหนังชนโรง
 
ILO รายงานกรณีชายคนหนึ่งดำเนินงานใน บริษัท ดัดแปลงขนมขบเคี้ยวรายใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งใช้เวลาสูงถึง 110 ชั่วโมงต่ออาทิตย์รวมทั้งเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายเมื่ออายุได้ 34 ปีอีกกรณีหนึ่งหญิงม่ายคนหนึ่งรับคนงาน ค่าทำขวัญ 14 ปีภายหลังการตายของผัววัย 58 ปีซึ่งเป็นบุคลากรของ บริษัท การพิมพ์ขนาดใหญ่ในเมืองโตเกียวซึ่งดำเนินงาน 4,320 ชั่วโมงต่อปีรวมทั้งงานกลางคืนซึ่งพอๆกับ 16 ชั่วโมงจากทุก 1 วัน
 
เว้นเสียแต่บุคลากรสถานที่ทำงานเกินตัวแล้วยังมีคนอีกกรุ๊ปหนึ่งที่ในหลายประเทศทำงานมากกว่าที่เคยคิดไว้ซึ่งชอบอยู่ในภาวะที่ไม่ปลอดภัยไหมดีต่อร่างกายแล้วก็ยังพบว่าตนเองจมอยู่ในหนี้สินแล้วก็ความยากไร้ คนพวกนี้เป็นผู้อพยพโดยไม่นึกถึงสถานะ: ทั้งๆที่ไม่มีเอกสารและก็คนที่มีสิทธิอาศัยอาศัย
 
ข้อตกลงปี 1990 อนุสัญญาเกี่ยวกับการป้องกันสิทธิของแรงงานย้ายถิ่นที่อยู่ทั้งสิ้นแล้วก็สมาชิกในครอบครัวของพวกเขามีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองปกป้องแรงงานรวมทั้งสิทธิที่เกี่ยวพันของชาวต่างชาติรวมทั้งสิทธิสำหรับในการพักรวมทั้งการพักผ่อนหย่อนใจ แต่จนกระทั่งเดี๋ยวนี้มีเพียงแค่ 54 เมืองที่ได้รับการให้คำมั่นโดยส่วนมากเป็นประเทศที่ผลิตผู้ลี้ภัยมากยิ่งกว่าเมืองที่ได้รับ
 
อย่างไรก็แล้วแต่หน่วยงานระดับภูมิภาคที่สำคัญกำลังจัดการเพื่อรักษาสิทธิการว่าจ้างของผู้อพยพ ในกรณีของคนงานชาวชาวเม็กซิโกที่ไม่มีเอกสารในสหรัฐอเมริกาซึ่งถูกไล่ออกด้วยเหตุว่าบากบั่นจัดระบบคนงานศาลสิทธิมนุษยชนระหว่างอเมริกากล่าวว่าเขาน่าจะได้รับเงินคืนที่ติดหนี้แล้วก็การันตีว่ารัฐบาลมีภาระติดพันที่จะจะต้องรับรอง สิทธิของทุกคนที่อยู่ในเขตอำนาจศาลรวมทั้งสิทธิแรงงาน
 
"ความนึกคิดที่ว่าคนยากคนจนต้องมีเวลาว่างสร้างความตะลึงงันให้กับคนร่ำรวยโดยตลอด"
- นักปรัชญาคนประเทศอังกฤษ Bertrand Russell In Praise of Idleness (1932)
 
รัฐบาลทุกหย่อมหญ้ามีภาระติดพันทางด้านกฎหมายสำหรับเพื่อการการันตีสิทธิในภาวะการทำงานที่ปลอดภัยแล้วก็ถูกสุขลักษณะสิทธิ์สำหรับการ จำกัด ชั่วโมงการทำงานและก็วันหยุดที่ได้รับค่าแรง แต่ว่าสิทธิพวกนี้ถูกทำร้ายในบางประเทศนับจากภาวะเศรษฐกิจลดน้อยทั่วทั้งโลกในปี 2551
 
ในหลายประเทศที่ปรับปรุงแล้วงานป้อมปราการอาจจะ - พร้อมผลตอบแทนค่าจ้างในวันหยุดมาตรการรักษาความปลอดภัยและก็การเป็นผู้แทนสหภาพแรงงานที่เป็นได้กำลังก่อให้เกิดคำสัญญาเยอะขึ้น
 
ตามที่ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญคนหนึ่งกล่าวไว้ว่าในโลกเดี๋ยวนี้คนงานดูอย่างกับว่า "ไม่มีอะไรมากมายพอๆกับวัยรุ่นให้ยืมมือในธุรกิจครอบครัวที่มั่งคั่ง" แทนที่จะว่าจ้างแบบเก่าที่มีการป้องกันแรงงานเต็มแบบอย่าง "ในช่วงเวลานี้มีการหาประสบการณ์หาเงินบางส่วนหรือช่วยเหลือเมื่อมีคำบัญชาซื้อเข้ามา"
 
แนวความคิดที่ว่าบุคลากรมานะหาเงินค่ายังชีพและก็นายมีภาระติดพันต่อพวกเขากำลังถูกกัดกร่อนอย่างสม่ำเสมอในบางประเทศที่มีการก่อตั้งอย่างดีเยี่ยมแม้ว่าจะรุ่งโรจน์ไปอย่างไม่หยุดยั้งในประเทศอื่นๆที่ไม่เคยได้รับการห้ามอย่างเต็มเปี่ยมmovie88th.com
 
บริษัท เองมีความรับผิดชอบสำหรับการนับถือสิทธิสำหรับเพื่อการพักในฐานะส่วนใดส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบภายใต้วิธีการเสนอแนะของยูเอ็นเกี่ยวกับธุรกิจแล้วก็สิทธิมนุษยชน ความรับผิดชอบนี้มีผลบังคับใช้ตลอดห่วงโซ่อุปทานของตัวเองและก็มีความหมายว่าในฐานะส่วนหนึ่งส่วนใดของ 'การตรวจทานสถานะด้านสิทธิมนุษยชน' บริษัท ควรจะพินิจว่ากิจกรรมหรือการปฏิบัติการใดนำมาซึ่งการทำให้บุคลากรมีชั่วโมงการทำงานเยอะเกินไปหรือเปล่า